โรงเรียนราชประชานุเคราะห์  12

หมู่ที่ 4 บ้านคลองหินแท่น ตำบลพรุพี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84270

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-380153

วิธีกันเด็กติดเกม และการแก้ไข

วิธีกันเด็กติดเกม

 

วิธีกันเด็กติดเกม และการแก้ไข

วิธีกันเด็กติดเกม และการแก้ไข ก่อนที่จะเป็นปัญหา และทำให้คุณพ่อคุณแม่ ได้ปวดหัวกันอยู่ตลอด จนกลายเป็นปัญหาของสังคมได้ แต่การติดเกมเป็นเพียงผลลัพธ์จากหลายๆ โดยปัจจัยที่ผสมผสานจากหลากหลายสาเหตุ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะบานปลาย เราจึงแนะนำ วิธีในการป้องกัน และแก้ไขเด็กติดเกม

วิธีป้องกัน
1. พูดคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกากันล่วงหน้า ก่อนอนุญาตให้เด็กเล่นเกม ว่าเด็กสามารถเล่นเกมได้ในวันใดบ้าง วันใดเล่นไม่ได้ หรือเวลาใดบ้าง เล่นได้ครั้งละไม่เกินกี่ชั่วโมง ตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด ก่อนจะเล่นต้องรับผิดชอบทำอะไรให้เสร็จเรียบร้อยก่อนบ้าง หากเด็กไม่รักษากติกา เช่น เล่นเกินเวลา ไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อน ฯลฯ เด็กจะถูกทำโทษอย่างไร (แนะนำให้ใช้วิธีริบเกม หรือตัดสิทธิการเล่นเป็นเวลาระยะหนึ่งหากเด็กไม่ทำตามกติกาที่ตกลง)
2. จัดวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมในสถานที่เปิดโล่ง มีคนเดินผ่านไปมาบ่อยๆและสามารถมองเห็นได้ ไม่ควรตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องที่ปิดมิดชิด เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้ติดตามเฝ้าดูได้ เป็นการป้องกันมิให้เด็กเก็บตัว แล้วแอบเล่นคนเดียวในห้อง หรือแอบเล่นทั้งคืน
3. วางนาฬิกาขนาดใหญ่ไว้หน้าเครื่อง หรือในตำแหน่งที่เด็กสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพื่อเป็นการบอกถึงข้อกำหนดทางเวลาให้เด็กได้รับรู้
4. ให้คำชมแก่เด็กเมื่อเด็กสามารถรักษาเวลาการเล่น และควบคุมตัวเองให้อยู่ในกรอบเวลาที่ได้กำหนดกันเอาไว้
5. เอาจริง เด็ดขาดหากเด็กไม่รักษากติกาในการเล่นเกมที่ได้ตกลงกันเอาไว้ เช่น ริบเกมโดยไม่ใจอ่อน ถอดสายโมเด็มออก ฯลฯ
6. จัดหากิจกรรมที่สนุกสนานอย่างอื่น (ที่สนุกพอๆกับ/หรือมีความน่าสนใจมากกว่าการเล่นเกม) ให้เด็กได้ทำ หรือมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันภายในครอบครัว
7. หลีกเลี่ยงการใช้เกมเป็นเสมือนพี่เลี้ยงเด็ก เพื่อให้ที่พ่อแม่ได้มีเวลาส่วนตัวไปทำอย่างอื่น
8. สอนให้เด็กรู้จักการแบ่งเวลา และจัดสรรเวลา ให้รู้จักการใช้เวลาอย่างเหมาะสม

 

วิธีแก้ไข
1. หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกา จำเป็นที่จะต้องพูดคุยกับเด็กและให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการวางกติกา และข้อกำหนดเวลาการเล่น (เหมือนข้อ 1 ในหัวข้อการป้องกัน)
2. ใช้เวลาอยู่กับเด็กให้มากขึ้น โดยพาออกนอกบ้านเพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ (ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน)อย่าลืมว่าเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อ ไม่มีกิจกรรมอะไรสนุกๆทำ
3. รักษาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดี โดยหลีกเลี่ยงการ ตำหนิ หรือบ่น โดยใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แต่ควรแสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ
4. ผู้ปกครองควรร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน ไม่ปัดให้เป็นภาระความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง
5. สร้างเครือข่าย (network) ของผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆกัน ในหลายๆครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กไปทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น camping, field trip, walk rally ฯลฯ จัดตั้งเป็นกลุ่มย่อยๆเช่น sport club, adventure club เป็นต้น
6. ในรายที่ติดเกมมาก และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกคุณพ่อคุณแม่ควรร่วมเล่นเกมกับเด็ก และทำความรู้จักกับเกมที่เด็กเล่น ถ้าเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสม หรือเกมที่ใช้ความรุนแรง ให้เบี่ยงเบนความสนใจเด็กมาที่เกมอื่น ที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็กเช่น เกมสร้างเมือง ต่างๆ เกมที่มีบทบาทสมมุติเพื่อฝึกทักษะทางสังคมเป็นต้น เมื่อความสัมพันธกับเด็กเริ่มดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงค่อยๆดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นทีละเล็กทีละน้อย
7. หากทำทุกวิธีกล่าวมาข้างต้นแล้วไม่ได้ผล พ่อแม่ควรพาเด็กมาพบจิตแพทย์เด็ก เนื่องจากเด็กอาจจะป่วย มีปัญหาสุขภาพจิต

อ่านบทความออื่นๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ